---
title: ตรวจรับบ้านก่อนส่งมอบ ต้องตรวจอะไรบ้าง? เช็กลิสต์เจ้าของบ้าน
url: https://www.kcsisaketconstruction.com/new-home-inspection-checklist/
date: 2026-09-08T02:00:00+00:00
modified: 2026-09-30T05:44:39+00:00
lang: th
---

# ตรวจรับบ้านก่อนส่งมอบ ต้องตรวจอะไรบ้าง? เช็กลิสต์เจ้าของบ้าน

บ้านสร้างเสร็จแล้วไม่ได้หมายความว่าเจ้าของบ้านควรรับมอบและจ่ายเงินงวดสุดท้ายทันที เพราะช่วง **ตรวจรับบ้านก่อนส่งมอบ** เป็นโอกาสสำคัญในการตรวจว่างานที่ผู้รับเหมาส่งมอบ **ครบตามแบบ ตรงตามวัสดุที่ตกลง ระบบต่าง ๆ ใช้งานได้ และไม่มีข้อบกพร่องที่ควรแก้ไขก่อนปิดโครงการ**

หลายจุดดูเรียบร้อยด้วยสายตา แต่เมื่อทดลองใช้งานจริงอาจพบปัญหา เช่น น้ำระบายช้า ประตูปิดไม่สนิท ปลั๊กบางจุดไม่มีไฟ กระเบื้องกลวง สุขภัณฑ์รั่วซึม หรือมีน้ำย้อนเข้าบ้านเมื่อฝนตก

ดังนั้นการตรวจรับบ้านไม่ควรเป็นเพียงการ “เดินดูบ้านรอบหนึ่ง” แต่ควรตรวจอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่งานภายนอก โครงสร้างที่มองเห็นได้ หลังคา ฝ้า ผนัง พื้น ประตู หน้าต่าง ระบบไฟฟ้า ระบบประปา ห้องน้ำ ไปจนถึงเอกสารและรายการ Defect ก่อนส่งมอบ

เว็บไซต์ KC Sisaket Construction เดิมกำหนดขั้นตอนการส่งมอบไว้ว่า ต้องมี **การตรวจสอบความสมบูรณ์ของบ้านก่อนส่งมอบให้ลูกค้า** แล้วจึงเข้าสู่การส่งมอบอย่างเป็นทางการ

บทความนี้จึงจัดทำเป็น **เช็กลิสต์ตรวจรับบ้านสำหรับเจ้าของบ้าน** ที่สามารถเปิดดูตามจุดต่าง ๆ ขณะตรวจบ้านจริงได้

## หัวข้อ

## ตรวจรับบ้านคืออะไร?

การตรวจรับบ้าน คือการตรวจสอบผลงานก่อสร้างก่อนยืนยันรับมอบ เพื่อเปรียบเทียบว่างานที่ผู้รับเหมาดำเนินการตรงกับสิ่งที่ตกลงกันหรือไม่

เอกสารที่ควรนำมาใช้อ้างอิงประกอบกัน ได้แก่

**แบบก่อสร้าง + BOQ + Specification + สัญญา + รายการงานเพิ่ม–ลด + เอกสารอนุมัติการเปลี่ยนแปลง**

จุดประสงค์ไม่ใช่เพียงหาว่า “บ้านสวยหรือไม่” แต่ต้องตอบให้ได้ว่า

- งานครบตามขอบเขตหรือไม่
- ขนาดและตำแหน่งสำคัญตรงตามแบบหรือไม่
- วัสดุตรงตามที่ตกลงหรือไม่
- งานติดตั้งเรียบร้อยหรือไม่
- ระบบไฟฟ้าและประปาใช้งานได้หรือไม่
- มีรอยรั่วซึมหรือไม่
- ประตูและหน้าต่างใช้งานได้หรือไม่
- มี Defect ที่ต้องแก้หรือไม่
- เอกสารส่งมอบครบหรือไม่

---

# ทำไมต้องตรวจรับบ้านก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย?

เพราะช่วงก่อนส่งมอบเป็นจุดที่ต้องตรวจว่า **ผู้รับเหมาดำเนินงานครบตามเงื่อนไขของงวดสุดท้ายแล้วจริงหรือไม่**

หลักที่ควรใช้คือ

**งานเสร็จ → ตรวจ → บันทึก Defect → แก้ไข → ตรวจซ้ำ → รับมอบตามเงื่อนไข**

ไม่ใช่

**ผู้รับเหมาบอกว่าเสร็จ → จ่ายเงิน → ค่อยกลับมาตรวจ**

โดยเฉพาะหากสัญญาระบุว่างวดสุดท้ายจ่ายเมื่อก่อสร้างแล้วเสร็จและส่งมอบ เจ้าของบ้านควรอ่านเงื่อนไขนั้นให้ละเอียด

เว็บไซต์มีบทความเกี่ยวกับ **สัญญาจ้างสร้างบ้าน** แยกไว้แล้ว โดย Draft เดิมของเว็บไซต์จัดบทความดังกล่าวอยู่ในหมวดความรู้เรื่องก่อสร้างและใช้ slug `home-construction-contract-checklist`

---

# ก่อนตรวจรับบ้าน ต้องเตรียมอะไรบ้าง?

อย่าไปตรวจบ้านโดยมีเพียงโทรศัพท์หนึ่งเครื่อง

ควรเตรียมเอกสารและอุปกรณ์พื้นฐาน เช่น แบบก่อสร้างฉบับล่าสุด BOQ รายการวัสดุ สัญญา รายการงานเพิ่ม–ลด กระดาษหรือแท็บเล็ตสำหรับบันทึก โทรศัพท์หรือกล้องสำหรับถ่ายภาพ ตลับเมตร ระดับน้ำขนาดเล็ก ไฟฉาย ที่ชาร์จโทรศัพท์หรืออุปกรณ์สำหรับทดสอบเต้ารับ และเทปหรือสติกเกอร์สำหรับทำเครื่องหมายจุด Defect

หากมีผู้ควบคุมงาน วิศวกร สถาปนิก หรือผู้ตรวจบ้านที่เกี่ยวข้องกับโครงการ ควรประสานให้เข้าตรวจในส่วนที่ต้องอาศัยความรู้ทางเทคนิคด้วย

เว็บไซต์ KC Sisaket Construction มีบทความเกี่ยวกับ [วิศวกรควบคุมงาน](https://www.kcsisaketconstruction.com/supervisor-engineer/) อยู่แล้ว โดยเนื้อหาเดิมอธิบายบทบาทด้านการตรวจสอบและควบคุมงานก่อสร้าง

---

# เช็กลิสต์ตรวจรับบ้านก่อนส่งมอบ

## 1\. เริ่มจากตรวจว่าบ้านสร้างตรงตามแบบหรือไม่

ก่อนดูรอยสีหรือกระเบื้อง ให้เริ่มจากภาพรวมก่อน

เปิดแบบก่อสร้างแล้วตรวจตำแหน่งสำคัญ เช่น

- จำนวนห้อง
- ตำแหน่งห้อง
- ประตู
- หน้าต่าง
- บันได
- ห้องน้ำ
- ระเบียง
- เฉลียง
- โรงจอดรถ
- จุดระบบต่าง ๆ

หากระหว่างก่อสร้างมีการแก้แบบ ต้องใช้ **Revision ล่าสุด** และตรวจว่าการเปลี่ยนแปลงได้รับการตกลงเรียบร้อยแล้ว

อย่านำแบบฉบับแรกมาเทียบกับบ้าน หากโครงการมีการแก้แบบหลายครั้ง

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารแบบ สามารถอ่าน [แบบก่อสร้างคืออะไร?](https://www.kcsisaketconstruction.com/construction-drawing/) ซึ่งเว็บไซต์เดิมแบ่งแบบออกเป็นทั้งงานสถาปัตยกรรม โครงสร้าง ไฟฟ้า และสุขาภิบาล

---

## 2\. ตรวจงานภายนอกบ้าน

เดินรอบบ้านก่อนเข้าไปตรวจภายใน

สังเกต

- ผนังภายนอก
- รอยแตกร้าว
- สี
- คราบน้ำ
- รอยซึม
- บัว
- เชิงชาย
- ชายคา
- รางน้ำ หากมี
- ท่อระบายน้ำ
- พื้นรอบบ้าน
- ลาน
- เฉลียง
- บันไดภายนอก
- งานที่เชื่อมกับตัวบ้าน

ควรตรวจทั้งระดับสายตาและบริเวณใกล้พื้น เพราะคราบความชื้นหรือรอยแตกร้าวบางจุดอาจอยู่บริเวณฐานผนัง

---

# 3\. ตรวจรอยแตกร้าวอย่างไร?

บ้านใหม่อาจพบรอยแตกร้าวได้หลายลักษณะ และ **ไม่ควรสรุปจากการมองด้วยตาเพียงอย่างเดียวว่ารอยใดเป็นหรือไม่เป็นปัญหาโครงสร้าง**

เจ้าของบ้านสามารถบันทึกเบื้องต้นได้ว่า

- รอยอยู่ตรงไหน
- ยาวประมาณเท่าไร
- แนวรอยเป็นแบบใด
- เกิดบริเวณผนังหรือองค์อาคารใด
- มีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่

จากนั้นถ้ารอยมีลักษณะผิดปกติ อยู่บริเวณองค์อาคารโครงสร้าง หรือไม่แน่ใจสาเหตุ ควรให้วิศวกรหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจโดยตรง

อย่าแก้ปัญหาด้วยการโป๊วและทาสีทับก่อนทราบสาเหตุ

---

# 4\. ตรวจหลังคา

หลังคาเป็นจุดที่แก้ไขภายหลังได้ยุ่งยาก จึงควรตรวจให้ละเอียดเท่าที่สามารถเข้าถึงได้อย่างปลอดภัย

ตรวจจากภายนอกว่า

- แนวหลังคาเรียบร้อยหรือไม่
- วัสดุมุงมีชิ้นแตกหรือเสียหายหรือไม่
- ครอบหลังคาเรียบร้อยหรือไม่
- รางน้ำและท่อระบายน้ำติดตั้งครบตามแบบหรือไม่
- บริเวณรอยต่อมีจุดน่าสงสัยหรือไม่

ภายในช่องหลังคาหรือเหนือฝ้า หากมีทางเข้าที่ปลอดภัย ควรตรวจเรื่อง

- คราบน้ำ
- รอยรั่ว
- ความชื้น
- งานเดินระบบ
- ฉนวนตามขอบเขตที่ตกลง

**ไม่ควรปีนหลังคาเองหากไม่มีอุปกรณ์และความปลอดภัยที่เหมาะสม**

---

# 5\. ตรวจฝ้าเพดาน

เงยดูฝ้าทุกห้อง โดยเฉพาะ

- ใต้หลังคา
- ห้องน้ำ
- ใต้ห้องน้ำชั้นบน
- บริเวณใกล้ท่อน้ำ
- บริเวณที่มีเครื่องปรับอากาศหรือระบบเหนือฝ้า

ตรวจหา

- คราบน้ำ
- รอยด่าง
- รอยแตก
- รอยต่อไม่เรียบร้อย
- ฝ้าโก่ง
- ฝ้าเป็นคลื่น
- ช่องเซอร์วิส
- ตำแหน่งโคมไฟ

หากพบคราบน้ำ อย่ารีบให้ช่างทาสีทับ ควรหาต้นเหตุของน้ำก่อน

---

# 6\. ตรวจผนัง

มองผนังทั้งในระยะใกล้และไกล

ตรวจว่า

- ผิวเรียบตามลักษณะงานหรือไม่
- แนวผนังดูผิดปกติหรือไม่
- มุมเรียบร้อยหรือไม่
- มีรอยแตกร้าวหรือไม่
- มีคราบความชื้นหรือไม่
- สีสม่ำเสมอหรือไม่
- มีรอยซ่อมที่ยังเห็นชัดหรือไม่
- จุดเจาะและงานติดตั้งเก็บเรียบร้อยหรือไม่

แนะนำให้ตรวจช่วงกลางวันที่มีแสงธรรมชาติ เพราะแสงเฉียงช่วยให้เห็นคลื่นของผนังและงานสีได้ง่ายขึ้น

---

# 7\. ตรวจงานสี

งานสีไม่ควรตรวจแค่ “สีตรงหรือไม่”

ให้ดูด้วยว่า

- สีสม่ำเสมอ
- ไม่มีรอยด่าง
- ไม่มีสีไหล
- ไม่มีฟอง
- ไม่มีรอยลอก
- ไม่มีรอยแปรงผิดปกติ
- เก็บขอบวงกบเรียบร้อย
- ไม่มีสีเลอะกระจก กระเบื้อง หรืออุปกรณ์

ตรวจสีภายนอกด้วย โดยเฉพาะบริเวณที่ต้องเผชิญฝนและแดดโดยตรง

---

# 8\. ตรวจพื้นกระเบื้อง

เดินตรวจทุกพื้นที่และสังเกต

- แนวกระเบื้อง
- ระยะร่องยาแนว
- สีของแผ่น
- รอยบิ่น
- รอยแตก
- คราบ
- ระดับพื้น
- รอยต่อวัสดุ

สำหรับการตรวจเบื้องต้น เจ้าของบ้านมักใช้การเคาะฟังเสียงเพื่อค้นหาบริเวณที่อาจมีลักษณะแตกต่างกัน แต่เสียงจากการเคาะเพียงอย่างเดียว **ไม่ควรถูกใช้เป็นข้อสรุปทางเทคนิคว่ากระเบื้องติดตั้งผิดทุกกรณี**

หากพบพื้นที่ที่สงสัยจำนวนมาก ให้ทำเครื่องหมายและให้ผู้รับเหมาหรือผู้ตรวจที่มีประสบการณ์ตรวจเพิ่มเติม

---

# 9\. ตรวจพื้นห้องน้ำและพื้นที่เปียก

จุดสำคัญคือ **น้ำต้องระบายไปยังจุดระบายน้ำได้ตามที่ออกแบบ**

สามารถทดลองปล่อยน้ำในปริมาณที่เหมาะสม แล้วสังเกตว่า

- น้ำไหลไป Floor Drain หรือไม่
- มีน้ำขังหรือไม่
- มีแอ่งหรือไม่
- น้ำไหลออกนอกพื้นที่เปียกหรือไม่
- ระดับบริเวณประตูเหมาะสมหรือไม่

หลังทดสอบควรสังเกตพื้นที่ด้านล่างหรือบริเวณใกล้เคียงด้วย หากสามารถทำได้ เพื่อดูว่ามีสัญญาณรั่วซึมหรือไม่

---

# 10\. ตรวจประตู

เปิดและปิดประตู **ทุกบาน**

อย่าเพียงมองว่าติดตั้งครบ

ตรวจว่า

- เปิดได้เต็มที่
- ปิดสนิท
- ไม่ติดพื้น
- ไม่เสียดสีกับวงกบ
- บานไม่เปิดหรือปิดเองอย่างผิดปกติ
- ลูกบิดใช้งานได้
- กลอนทำงาน
- กุญแจตรงกับบาน
- บานพับแน่น
- วงกบเรียบร้อย
- ไม่มีรอยแตกหรือบิ่น

ประตูห้องน้ำควรตรวจวัสดุและการเก็บงานบริเวณที่สัมผัสความชื้นเป็นพิเศษ

---

# 11\. ตรวจหน้าต่าง

เปิด–ปิดหน้าต่างทุกบาน

ตรวจ

- การเลื่อนหรือการเปิด
- ตัวล็อก
- มือจับ
- กระจก
- ยางหรือซีล
- รอยต่อวงกบ
- รอยแตกร้าว
- ช่องว่าง
- งานซิลิโคน
- มุ้งลวด หากอยู่ในขอบเขต

บริเวณหน้าต่างเป็นหนึ่งในจุดที่ควรสังเกตเรื่องน้ำฝน

หากเป็นไปได้ ควรตรวจหลังฝนตกหรือมีการทดสอบที่เหมาะสม เพราะบางปัญหาจะไม่ปรากฏในวันที่อากาศแห้ง

---

# 12\. ตรวจกระจก

กระจกทุกบานควรตรวจหา

- รอยแตก
- รอยบิ่น
- รอยขีดข่วน
- การติดตั้ง
- การยึด
- ซีลรอบกระจก
- ความเรียบร้อยของกรอบ

สำหรับกระจกในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย ต้องตรวจว่าวัสดุเป็นไปตามแบบและ Specification ที่ตกลงกัน

---

# 13\. ตรวจบันได

หากเป็นบ้านสองชั้น ให้ตรวจ

- ขั้นบันได
- ลูกตั้ง
- ลูกนอน
- ระดับแต่ละขั้น
- ผิววัสดุ
- ราวจับ
- ราวกันตก
- จุดยึด
- ความเรียบร้อยบริเวณขอบ

ทดลองเดินขึ้นลงตามปกติ และสังเกตว่ามีจุดสะดุด โยก หรือรู้สึกผิดปกติหรือไม่

เรื่องมิติและความปลอดภัยที่ต้องอาศัยข้อกำหนดทางเทคนิค ควรให้ผู้เกี่ยวข้องตรวจเทียบแบบและข้อกำหนดของโครงการ

---

# 14\. ตรวจห้องน้ำ

ห้องน้ำควรใช้เวลาตรวจมากกว่าห้องทั่วไป เพราะมีทั้ง

**งานพื้น + ผนัง + กันซึม + ประปา + สุขาภิบาล + ไฟฟ้า + สุขภัณฑ์**

ทดลอง

- เปิดก๊อกทุกจุด
- เปิดฝักบัว
- กดชักโครก
- เปิดอ่างล้างหน้า
- ปิดวาล์ว
- ระบายน้ำ
- เปิดพัดลมระบายอากาศ หากมี

ตรวจหา

- น้ำรั่ว
- น้ำซึม
- น้ำขัง
- กลิ่นผิดปกติ
- สุขภัณฑ์โยก
- ซิลิโคนไม่เรียบร้อย
- กระเบื้องเสียหาย
- อุปกรณ์ติดตั้งไม่ตรงตำแหน่ง

อย่าตรวจเพียงว่าสุขภัณฑ์ “ติดตั้งครบ”

ต้อง **ทดลองใช้จริง**

---

# 15\. ตรวจชักโครก

กดน้ำหลายครั้งและดูว่า

- น้ำลงปกติหรือไม่
- เติมน้ำกลับปกติหรือไม่
- มีน้ำรั่วรอบฐานหรือไม่
- ตัวโถโยกหรือไม่
- ฝารองนั่งติดตั้งเรียบร้อยหรือไม่
- วาล์วมีน้ำซึมหรือไม่

หากมีกลิ่นผิดปกติ ควรตรวจระบบที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม ไม่ควรใช้เพียงน้ำหอมหรืออุปกรณ์ดับกลิ่นแก้ปัญหา

---

# 16\. ตรวจอ่างล้างหน้าและซิงก์

เปิดน้ำแล้วปล่อยให้ไหลสักระยะ

ตรวจ

- ก๊อก
- สายน้ำดี
- วาล์ว
- สะดืออ่าง
- ท่อน้ำทิ้ง
- รอยต่อ
- ใต้เคาน์เตอร์

ใช้มือหรือกระดาษแห้งแตะบริเวณข้อต่อ จะช่วยให้สังเกตหยดน้ำเล็ก ๆ ได้ง่ายขึ้น

---

# 17\. ตรวจระบบประปา

ทดลองใช้น้ำหลายจุด

สังเกต

- แรงดันน้ำ
- การเปิด–ปิดวาล์ว
- การรั่ว
- ปั๊มน้ำ
- ถังเก็บน้ำ
- ระบบน้ำภายนอก
- ก๊อกสนาม
- ระบบระบายน้ำ

หากบ้านมีปั๊มน้ำ ควรสังเกตว่าปั๊มทำงานผิดปกติหรือทำงานซ้ำโดยไม่มีการใช้น้ำหรือไม่ เพราะอาจเป็นสัญญาณที่ควรตรวจระบบเพิ่มเติม

---

# 18\. ตรวจท่อน้ำทิ้งและการระบายน้ำ

ระบบระบายน้ำที่ไม่ดีอาจไม่เห็นปัญหาในวันส่งมอบที่อากาศแห้ง

ควรตรวจ

- Floor Drain
- ท่อน้ำทิ้ง
- บ่อพัก
- รางระบายน้ำ
- พื้นรอบบ้าน
- จุดรับน้ำจากหลังคา
- แนวระบายน้ำออกจากพื้นที่

ทดลองน้ำในจุดที่สามารถทดสอบได้ และดูว่าน้ำไหลต่อเนื่องหรือมีการเอ่อกลับ

---

# 19\. ตรวจระบบไฟฟ้า

ระบบไฟฟ้าเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย หากต้องเปิดตู้ไฟหรือทำการทดสอบเชิงเทคนิค ควรให้ผู้มีความรู้ดำเนินการ

สิ่งที่เจ้าของบ้านสามารถตรวจการใช้งานเบื้องต้นได้ เช่น

- เปิดไฟทุกดวง
- ทดลองสวิตช์ทุกจุด
- ทดลองเต้ารับ
- ตรวจตำแหน่งกับแบบ
- ตรวจฝาครอบ
- ตรวจว่าติดตั้งแน่น
- ตรวจอุปกรณ์ที่รวมอยู่ในสัญญา

ไม่ควรถอดฝาครอบหรือสัมผัสส่วนที่มีไฟเอง หากไม่มีความรู้และอุปกรณ์ที่เหมาะสม

---

# 20\. ตรวจตู้ไฟ

ตรวจภายนอกว่า

- ตู้ติดตั้งเรียบร้อย
- เปิด–ปิดฝาตู้ได้
- มีการระบุวงจรหรือไม่
- จำนวนอุปกรณ์สอดคล้องกับแบบและงานจริงหรือไม่
- ไม่มีช่องเปิดหรือส่วนที่ดูไม่ปลอดภัย

การตรวจระบบป้องกันไฟฟ้า สายดิน อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน หรืออุปกรณ์ตัดไฟรั่ว ควรให้ช่างไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญตรวจด้วยเครื่องมือที่เหมาะสม

---

# 21\. ตรวจตำแหน่งปลั๊กและสวิตช์

เปิดแบบไฟฟ้าแล้วเดินเทียบทีละห้อง

ตรวจว่า

- จำนวนครบ
- ตำแหน่งตรง
- ใช้งานได้
- ติดตั้งตรงและแน่น
- ไม่มีรอยแตก
- ฝาครอบเรียบร้อย

อย่ารอจนวางเฟอร์นิเจอร์แล้วจึงพบว่าปลั๊กที่ตกลงไว้หายไปหนึ่งจุด

---

# 22\. ตรวจไฟภายนอกบ้าน

อย่าลืม

- ไฟโรงจอดรถ
- ไฟหน้าบ้าน
- ไฟหลังบ้าน
- ไฟระเบียง
- ไฟสวนตามขอบเขต
- ปลั๊กภายนอก
- อุปกรณ์ภายนอกอื่นตามแบบ

จุดภายนอกต้องพิจารณาความเหมาะสมกับสภาพแวดล้อมและความชื้นตาม Specification ของโครงการด้วย

---

# 23\. ตรวจระบบปรับอากาศ หากอยู่ในขอบเขต

หากสัญญารวมเครื่องปรับอากาศ ให้ทดลองใช้งานจริง

ตรวจ

- เครื่องเปิดได้
- ทำความเย็น
- รีโมตใช้งานได้
- ไม่มีเสียงหรือการสั่นผิดปกติ
- น้ำทิ้งระบาย
- ไม่มีน้ำหยดเข้าภายใน
- งานเดินท่อเรียบร้อย

หากสัญญารวมเพียง “เตรียมระบบแอร์” ให้ตรวจตามขอบเขตที่ตกลง ไม่ควรเรียกร้องเกิน BOQ หรือสัญญา

---

# 24\. ตรวจครัว

ตรวจทั้งพื้นที่และระบบ

- เคาน์เตอร์
- ซิงก์
- ก๊อก
- ท่อน้ำดี
- ท่อน้ำทิ้ง
- ปลั๊ก
- ไฟ
- กระเบื้อง
- ผนัง
- พื้น
- ช่องเปิด
- ระบบระบายอากาศตามแบบ

หากมี Built-in รวมอยู่ในสัญญา ให้เปิดทุกบานและทุกลิ้นชัก

---

# 25\. ตรวจ Built-in และเฟอร์นิเจอร์ที่รวมในสัญญา

หากโครงการรวม Built-in ให้ตรวจ

- ขนาด
- สี
- วัสดุ
- หน้าบาน
- บานพับ
- ลิ้นชัก
- มือจับ
- รอยต่อ
- ขอบ
- รอยขีดข่วน
- การยึดกับผนัง

เปิด–ปิดทุกส่วนที่ขยับได้จริง

---

# 26\. ตรวจโรงจอดรถ

ตรวจ

- ขนาดและพื้นที่ตามแบบ
- พื้น
- ความลาด
- หลังคา
- ระบบระบายน้ำ
- ไฟ
- ปลั๊กตามแบบ
- รอยต่อกับตัวบ้าน

หากมีรถอยู่แล้ว การทดลองนำรถเข้าจอดจริงช่วยให้เห็นเรื่องการใช้งานที่ภาพในแบบอาจไม่สะท้อนทั้งหมด

---

# 27\. ตรวจพื้นรอบบ้าน

พื้นภายนอกควรพิจารณาการระบายน้ำเป็นหลัก

หลังฝนตกหรือทดลองน้ำในจุดที่เหมาะสม ให้สังเกตว่า

- น้ำไหลไปทางใด
- มีแอ่งหรือไม่
- น้ำไหลเข้าหาตัวบ้านหรือไม่
- มีพื้นที่ทรุดหรือไม่
- รอยต่อกับอาคารเป็นอย่างไร

ปัญหาพื้นภายนอกบางชนิดจะเห็นชัดหลังมีน้ำเท่านั้น

---

# 28\. ตรวจรั้วและประตูรั้ว

หากรวมในสัญญา ให้ตรวจ

- แนวรั้ว
- ผิวงาน
- รอยแตกร้าว
- ประตู
- บานพับ
- ล้อ
- ราง
- กลอน
- ระบบมอเตอร์ หากมี
- การเปิด–ปิด

อย่าลืมตรวจว่างานรั้วที่ส่งมอบตรงกับขอบเขตใน BOQ เพราะบางสัญญาไม่รวมรั้วและงานภายนอก

---

# 29\. ตรวจงานตาม BOQ ทีละหมวด

หลังเดินตรวจบ้านแล้ว ควรเปิด BOQ ตรวจอีกครั้ง

เช็กว่า

- รายการครบหรือไม่
- จำนวนอุปกรณ์สำคัญครบหรือไม่
- วัสดุตรงสเปกหรือไม่
- งานที่คิดเงินแล้วทำครบหรือไม่
- มีรายการที่ตัดออกหรือไม่
- มีงานเพิ่ม–ลดที่ต้องปรับยอดหรือไม่

การตรวจบ้านด้วยสายตาอย่างเดียวอาจทำให้ลืมรายการที่ “ไม่มีอยู่” เพราะสิ่งที่ไม่ได้ติดตั้งมักสังเกตยากกว่าสิ่งที่ติดตั้งผิด

---

# 30\. ตรวจวัสดุเทียบกับ Specification

ตรวจวัสดุที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น

- กระเบื้อง
- สุขภัณฑ์
- ก๊อก
- ประตู
- หน้าต่าง
- สี
- โคมไฟ
- สวิตช์
- เต้ารับ
- หลังคา
- อุปกรณ์อื่นตามสัญญา

หากระหว่างโครงการมีการเปลี่ยนวัสดุ ควรมีหลักฐานการอนุมัติหรือเอกสารงานเพิ่ม–ลดประกอบ

---

# 31\. ตรวจงานเพิ่ม–ลดทั้งหมด

รวบรวม Variation Order หรือรายการเปลี่ยนแปลงระหว่างก่อสร้าง

ตัวอย่างเช่น

- เพิ่มปลั๊ก
- ย้ายประตู
- เปลี่ยนกระเบื้อง
- เพิ่มหน้าต่าง
- เปลี่ยนสุขภัณฑ์
- ลดงานบางรายการ

ตรวจว่า

**งานที่เพิ่ม → ทำครบ → ราคาเพิ่มถูกต้อง**

และ

**งานที่ลด → หักออกจากยอดตามข้อตกลง**

อย่าดูเฉพาะยอดเงินเพิ่มจนลืมรายการที่ควรได้รับเงินคืนหรือหักลด

---

# 32\. ทำ Defect List หรือ Punch List

เมื่อพบปัญหา อย่าแจ้งด้วยประโยคกว้าง ๆ เช่น

> “ช่วยเก็บบ้านให้เรียบร้อยด้วย”

ควรทำรายการชัดเจน

ตัวอย่าง

**ห้องนอน 1 — ผนังด้านหน้าต่าง — สีด่าง**

**ห้องน้ำชั้นล่าง — พื้นด้านหน้าชักโครก — มีน้ำขัง**

**ครัว — ใต้ซิงก์ — ข้อต่อน้ำทิ้งมีน้ำซึม**

**ประตูหลังบ้าน — บานเสียดวงกบ**

รายการที่ดีควรมี

**หมายเลข + ตำแหน่ง + ปัญหา + รูปภาพ + สถานะ**

เช่น

| No. | ตำแหน่ง | รายการ | สถานะ |
| --- | --- | --- | --- |
| 01 | ห้องนอน 1 | สีผนังด่าง | รอแก้ |
| 02 | ห้องน้ำ 1 | น้ำขังหน้าประตู | รอแก้ |
| 03 | ครัว | ท่อน้ำทิ้งซึม | แก้แล้ว |
| 04 | ประตูหลัง | บานเสียดวงกบ | ตรวจซ้ำ |

---

# พบ Defect แล้วต้องทำอย่างไร?

ใช้ลำดับง่าย ๆ

**พบปัญหา → ถ่ายรูป → ระบุตำแหน่ง → ใส่หมายเลข → แจ้งผู้รับเหมา → กำหนดสถานะ → แก้ไข → ตรวจซ้ำ → ปิดรายการ**

ไม่ควรพึ่งเพียงข้อความในแชตว่า

> “พี่ช่วยดูตรงห้องน้ำให้หน่อย”

เพราะเมื่อมีหลายสิบรายการ จะจำไม่ได้ว่าจุดไหนแก้แล้วหรือยัง

---

# ตรวจรับบ้านกี่รอบ?

ไม่มีจำนวนรอบเดียวที่เหมาะกับทุกโครงการ

ในทางปฏิบัติสามารถมีอย่างน้อย

**รอบตรวจหลัก** — ตรวจและเปิด Defect List

จากนั้น

**รอบตรวจซ้ำ** — ตรวจว่ารายการที่แจ้งได้รับการแก้ไขแล้วหรือไม่

หากบางรายการยังไม่เรียบร้อย ก็ไม่ควรทำเครื่องหมายว่า “ผ่าน” เพียงเพราะผู้รับเหมาบอกว่าแก้แล้ว

---

# Defect ทุกอย่างต้องแก้ก่อนรับบ้านหรือไม่?

ต้องพิจารณาตาม **สัญญา ขอบเขตงาน ลักษณะข้อบกพร่อง และเงื่อนไขการส่งมอบ**

ปัญหาไม่ได้มีความรุนแรงเท่ากันทั้งหมด

เช่น

**ปัญหาที่กระทบการใช้งานหรือความปลอดภัย** ควรได้รับความสำคัญสูง

**งานไม่ตรงแบบหรือ Specification** ต้องตรวจข้อตกลง

**งานเก็บรายละเอียด** ควรบันทึกและจัดการให้ครบตามเงื่อนไข

ไม่ควรใช้แนวคิดว่า

> “เดี๋ยวเข้าอยู่ก่อน แล้วค่อยแก้ทั้งหมด”

เพราะบางงานแก้หลังติดเฟอร์นิเจอร์หรือเข้าอยู่อาศัยแล้วจะยุ่งยากกว่าเดิมมาก

---

# การรับประกัน ไม่ใช่เหตุผลให้ข้าม Defect

เจ้าของบ้านบางคนได้รับคำตอบว่า

> “รับบ้านไปก่อนครับ เดี๋ยวมีประกันอยู่แล้ว”

ต้องแยกสองเรื่องออกจากกัน

**Defect ก่อนส่งมอบ** คือรายการงานที่ตรวจพบในช่วงส่งมอบและต้องจัดการตามเงื่อนไข

**Warranty หลังส่งมอบ** คือการรับประกันตามเงื่อนไขและระยะเวลาที่กำหนด

การมี Warranty ไม่ได้แปลว่าควรละเลยรายการที่ตรวจพบก่อนรับมอบ

---

# ตรวจรับเองหรือจ้างผู้ตรวจบ้าน?

ทั้งสองแบบทำได้ ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของบ้าน ความรู้ของเจ้าของ และขอบเขตที่ต้องการตรวจ

เจ้าของบ้านสามารถตรวจเรื่องการใช้งานทั่วไปได้ดี เช่น

- ประตู
- หน้าต่าง
- สี
- สุขภัณฑ์
- น้ำ
- ไฟ
- รายการตาม BOQ

แต่เรื่องบางอย่าง เช่น

- โครงสร้าง
- ระบบไฟฟ้าเชิงเทคนิค
- ระบบป้องกันไฟฟ้า
- สาเหตุรอยแตกร้าว
- การรั่วซึมที่หาต้นเหตุยาก
- งานที่ต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ

ควรให้ผู้มีความรู้หรือผู้ประกอบวิชาชีพที่เกี่ยวข้องตรวจ

การตรวจรับปลายทางจึงไม่สามารถทดแทนการควบคุมคุณภาพระหว่างก่อสร้างทั้งหมดได้

---

# ตรวจบ้านตอนกลางวันหรือตอนกลางคืน?

หากเลือกได้ ควรเริ่มตรวจในช่วงที่มีแสงธรรมชาติเพียงพอ

กลางวันช่วยให้เห็น

- งานสี
- ผนัง
- รอยร้าว
- กระเบื้อง
- รอยขีดข่วน
- คราบน้ำ
- งานภายนอก

แต่ควรทดลองระบบไฟภายในด้วย

หากมีเวลาจำกัด อย่านัดตรวจบ้านช่วงใกล้ค่ำ เพราะอาจตรวจภายนอกไม่ละเอียดพอ

---

# ควรตรวจบ้านหลังฝนตกหรือไม่?

หากสามารถทำได้อย่างเหมาะสม การตรวจหลังฝนตกช่วยให้สังเกตเรื่อง

- หลังคารั่ว
- หน้าต่างรั่ว
- คราบน้ำ
- การระบายน้ำ
- น้ำขัง
- พื้นรอบบ้าน
- รางน้ำ

ได้ง่ายขึ้น

แต่การที่วันตรวจไม่มีฝนและไม่พบคราบ ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าบ้านไม่มีปัญหาการรั่วซึมทั้งหมด

---

# ก่อนจ่ายเงินงวดสุดท้าย ต้องตรวจอะไร?

ก่อนดำเนินการชำระงวดสุดท้ายตามสัญญา ควรตอบคำถามเหล่านี้ให้ได้

1. งานครบตามสัญญาหรือยัง?
2. งานครบตาม BOQ หรือยัง?
3. วัสดุตรง Specification หรือไม่?
4. งานเพิ่ม–ลดสรุปยอดแล้วหรือยัง?
5. ระบบน้ำใช้งานได้หรือไม่?
6. ระบบไฟใช้งานได้หรือไม่?
7. ห้องน้ำระบายน้ำได้หรือไม่?
8. ประตูหน้าต่างใช้งานได้หรือไม่?
9. มีรอยรั่วซึมหรือไม่?
10. Defect สำคัญจัดการแล้วหรือยัง?
11. ตรวจซ้ำรายการแก้ไขแล้วหรือยัง?
12. เอกสารส่งมอบครบหรือยัง?
13. เงื่อนไขรับประกันชัดหรือไม่?
14. กุญแจและอุปกรณ์ครบหรือไม่?
15. เงื่อนไขของงวดสุดท้ายตามสัญญาครบแล้วหรือไม่?

**จ่ายเงินตามเงื่อนไขในสัญญาและความก้าวหน้าของงาน ไม่ควรใช้ความรู้สึกว่า “บ้านดูเสร็จแล้ว” เป็นเกณฑ์เพียงอย่างเดียว**

---

# เอกสารที่ควรได้รับตอนส่งมอบบ้าน

เอกสารจริงขึ้นอยู่กับขอบเขตของแต่ละโครงการ แต่ควรตรวจว่ามีรายการที่ตกลงให้ส่งมอบหรือไม่ เช่น

- สำเนาแบบที่เกี่ยวข้อง
- As-Built Drawing หากมีในขอบเขต
- เอกสารรับประกัน
- คู่มืออุปกรณ์
- ใบรับประกันสินค้า
- รายการวัสดุหรือข้อมูลที่ตกลงให้ส่ง
- เอกสารงานเพิ่ม–ลด
- รายงานตรวจรับ
- เอกสารส่งมอบ
- กุญแจ
- รีโมต
- อุปกรณ์สำรองตามข้อตกลง

อย่ารอหลายเดือนหลังรับบ้านแล้วค่อยตามหาเอกสารเหล่านี้

---

# As-Built Drawing สำคัญอย่างไร?

As-Built Drawing คือแบบที่แสดงข้อมูลตามงานที่ก่อสร้างจริงตามขอบเขตที่จัดทำ

มีประโยชน์ในอนาคตเมื่อต้อง

- ซ่อมระบบ
- เจาะผนัง
- ต่อเติม
- รีโนเวท
- ตรวจตำแหน่งระบบ
- เปลี่ยนอุปกรณ์

หากโครงการกำหนดให้ผู้รับเหมาจัดทำ As-Built ควรตรวจว่าได้รับครบก่อนปิดโครงการ

---

# เช็กลิสต์ตรวจรับบ้านฉบับย่อ

ก่อนเซ็นรับมอบ สามารถตรวจตามหมวดนี้

**เอกสารและขอบเขต:** แบบล่าสุด, BOQ, Specification, สัญญา, งานเพิ่ม–ลด, เอกสารส่งมอบ

**ภายนอก:** หลังคา, ผนัง, สี, รางน้ำ, พื้น, ระบายน้ำ, โรงจอดรถ, รั้วตามขอบเขต

**ภายใน:** ผนัง, ฝ้า, สี, พื้น, กระเบื้อง, ประตู, หน้าต่าง, กระจก, บันได

**ห้องน้ำ:** ก๊อก, ฝักบัว, ชักโครก, อ่าง, Floor Drain, ความลาดพื้น, น้ำรั่ว, น้ำขัง

**ประปา:** น้ำดี, น้ำทิ้ง, วาล์ว, ปั๊ม, ถังน้ำ, ก๊อกสนาม, บ่อพัก

**ไฟฟ้า:** โคมไฟ, สวิตช์, เต้ารับ, ตู้ไฟ, จุดระบบตามแบบ

**ครัว:** ซิงก์, ก๊อก, ท่อ, เคาน์เตอร์, ปลั๊ก, งาน Built-in ตามขอบเขต

**ปิดงาน:** Defect List, ตรวจซ้ำ, รับประกัน, เอกสาร, กุญแจ, รีโมต, เงื่อนไขงวดสุดท้าย

---

# ข้อผิดพลาดที่เจ้าของบ้านมักทำตอนตรวจรับ

ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่ การรีบตรวจบ้านให้เสร็จภายในเวลาสั้น ๆ ตรวจเฉพาะความสวยงาม ไม่เปิดแบบและ BOQ ไม่ทดลองเปิดน้ำ ไม่ทดสอบประตูและหน้าต่างทุกบาน ไม่เปิดไฟและทดลองเต้ารับ ไม่บันทึก Defect เป็นลายลักษณ์อักษร ไม่ถ่ายรูป ไม่ตรวจซ้ำหลังช่างแก้ และจ่ายเงินงวดสุดท้ายโดยยังไม่ตรวจเงื่อนไขในสัญญา

อีกข้อที่สำคัญคือ **อย่าตรวจบ้านจากความจำ**

บ้านหนึ่งหลังมีรายละเอียดจำนวนมาก การมี Checklist ช่วยลดโอกาสลืมตรวจจุดสำคัญ

---

# ตรวจรับบ้านในศรีสะเกษควรดูอะไรเป็นพิเศษ?

หลักการตรวจรับบ้านในจังหวัดศรีสะเกษเหมือนกับพื้นที่อื่น แต่ควรตรวจให้สัมพันธ์กับแบบและสภาพพื้นที่จริงของบ้านแต่ละหลัง

โดยเฉพาะบ้านที่มีพื้นที่ภายนอกมาก ควรให้ความสำคัญกับ

- ระดับพื้น
- การระบายน้ำรอบบ้าน
- จุดรับน้ำฝน
- หลังคา
- รางน้ำ
- พื้นที่เชื่อมต่อระหว่างตัวบ้านกับภายนอก
- งานถมและพื้นที่โดยรอบตามขอบเขตสัญญา

หากสร้างบ้านในช่วงที่มีฝน การตรวจคราบน้ำและระบบระบายน้ำอาจทำได้ง่ายขึ้น แต่ไม่ควรรอให้ถึงฤดูฝนจึงตรวจคุณภาพงานเป็นครั้งแรก

การตรวจคุณภาพควรเกิด **ระหว่างก่อสร้างทุกงวด** และการตรวจรับก่อนส่งมอบเป็นการตรวจขั้นสุดท้ายอีกชั้นหนึ่ง

---

# คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการตรวจรับบ้าน

## ตรวจรับบ้านต้องตรวจอะไรบ้าง?

ควรตรวจตั้งแต่แบบและ BOQ งานภายนอก หลังคา ผนัง ฝ้า พื้น กระเบื้อง ประตู หน้าต่าง ห้องน้ำ ระบบน้ำ ระบบไฟฟ้า งานภายนอก งานเพิ่ม–ลด ไปจนถึงเอกสารและเงื่อนไขการส่งมอบ

## ตรวจรับบ้านเองได้ไหม?

เจ้าของบ้านสามารถตรวจการใช้งานและงานทั่วไปได้ แต่ส่วนที่ต้องใช้ความรู้ทางวิศวกรรม ระบบไฟฟ้า หรือเครื่องมือเฉพาะ ควรให้ผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องตรวจ

## ควรตรวจบ้านก่อนหรือหลังจ่ายเงินงวดสุดท้าย?

ให้ยึดเงื่อนไขในสัญญาเป็นหลัก โดยทั่วไปควรตรวจว่างานถึงเงื่อนไขของงวดนั้นและรายการที่ต้องแก้ได้รับการจัดการตามข้อตกลงก่อนดำเนินการชำระ

## บ้านใหม่มีรอยร้าวถือว่าผิดปกติไหม?

ไม่สามารถตัดสินได้จากคำว่า “รอยร้าว” เพียงอย่างเดียว เพราะรอยมีหลายลักษณะ หากรอยผิดปกติ อยู่บริเวณองค์อาคารโครงสร้าง หรือไม่ทราบสาเหตุ ควรให้วิศวกรตรวจ

## กระเบื้องเคาะแล้วเสียงกลวงต้องรื้อทุกแผ่นไหม?

ไม่ควรสรุปจากเสียงเคาะเพียงอย่างเดียว ให้ทำเครื่องหมายบริเวณที่สงสัยแล้วตรวจลักษณะการติดตั้งและสภาพจริงเพิ่มเติมกับผู้ที่มีประสบการณ์

## ตรวจบ้านต้องเปิดน้ำทุกจุดไหม?

ควรทดลองใช้อุปกรณ์ที่อยู่ในขอบเขตส่งมอบ เช่น ก๊อก ฝักบัว อ่าง ชักโครก และจุดระบายน้ำ เพื่อดูการทำงานและค้นหารอยรั่วที่อาจไม่เห็นเมื่อระบบไม่ได้ใช้งาน

## ต้องตรวจปลั๊กทุกจุดไหม?

ควรตรวจการใช้งานของเต้ารับและสวิตช์ทุกจุดที่สามารถตรวจได้อย่างปลอดภัย และเทียบจำนวนกับแบบ ส่วนการตรวจระบบไฟฟ้าเชิงเทคนิคควรใช้ผู้มีความรู้และเครื่องมือที่เหมาะสม

## พบ Defect แล้วต้องรับบ้านไหม?

ให้พิจารณาตามลักษณะ Defect และเงื่อนไขในสัญญา ควรบันทึกรายการอย่างชัดเจน กำหนดการแก้ไข และตรวจซ้ำก่อนปิดรายการ

## รับประกันบ้านแล้ว ยังต้องตรวจ Defect ก่อนส่งมอบหรือไม่?

ต้องตรวจ เพราะ Defect ก่อนส่งมอบกับ Warranty หลังส่งมอบเป็นคนละขั้นตอน การมีการรับประกันไม่ควรใช้แทนการตรวจความเรียบร้อยก่อนรับบ้าน

## ควรตรวจบ้านกี่รอบ?

ไม่มีจำนวนตายตัว อย่างน้อยควรมีรอบตรวจเพื่อเปิดรายการ Defect และรอบตรวจซ้ำหลังการแก้ไข หากยังมีรายการไม่ผ่านก็อาจต้องตรวจเพิ่มเติม

---

## สรุป ตรวจรับบ้านก่อนส่งมอบ อย่าดูแค่ว่า “บ้านเสร็จหรือยัง”

การตรวจรับบ้านที่ดีต้องตอบให้ได้มากกว่าคำถามว่า **“บ้านดูสวยไหม?”**

แต่ต้องตรวจว่า

**สร้างตรงแบบไหม → งานครบไหม → วัสดุตรงไหม → ระบบใช้ได้ไหม → มีน้ำรั่วไหม → ระบายน้ำดีไหม → ประตูหน้าต่างใช้ได้ไหม → มี Defect อะไร → แก้ครบหรือยัง → เอกสารครบไหม → เงื่อนไขส่งมอบครบหรือยัง**

ลำดับที่แนะนำคือ

**เตรียมแบบและ BOQ → ตรวจภายนอก → ตรวจภายใน → ทดลองระบบน้ำ → ทดลองระบบไฟ → ตรวจวัสดุ → ตรวจงานเพิ่ม–ลด → ทำ Defect List → ให้ผู้รับเหมาแก้ → ตรวจซ้ำ → ตรวจเอกสาร → รับมอบตามเงื่อนไข**

การใช้เวลาเพิ่มขึ้นในการตรวจบ้านก่อนส่งมอบ อาจช่วยลดความยุ่งยากในการตามแก้งานหลังเข้าอยู่อาศัยแล้วได้มาก

และอย่าลืมว่า **การตรวจรับปลายทางไม่สามารถทดแทนการตรวจและควบคุมคุณภาพระหว่างก่อสร้างได้** เพราะงานหลายส่วน เช่น ฐานราก เหล็กเสริม ระบบที่ฝังในผนัง หรือโครงสร้างบางส่วน จะถูกปิดทับไปก่อนถึงวันส่งมอบ

ดังนั้นบ้านที่มีระบบตรวจงานตั้งแต่เริ่มก่อสร้าง และมีการตรวจรับอย่างละเอียดก่อนปิดโครงการ จะทำให้เจ้าของบ้านมีข้อมูลประกอบการรับมอบที่ครบถ้วนกว่า

## ติดต่อเรา

- **สถานที่:** ต.หนองครก อ.เมืองศรีสะเกษ จ.ศรีสะเกษ 33000
- **Facebook:** [ขวัญชัยบ้านเพื่อคุณ รับสร้างบ้านศรีสะเกษ](https://www.kcsisaketconstruction.com/kclink/facebook-kc-sisaket)
- **LINE:** [@](https://www.kcsisaketconstruction.com/kc/line-kc-sisaket)[kcsisaketconstruction](https://www.kcsisaketconstruction.com/kclink/line-kc-sisaket)
- **เว็บไซต์:** [www.kcsisaketconstruction.com](https://www.kcsisaketconstruction.com)
- **แผนที่:** [ขวัญชัยบ้านเพื่อคุณ รับสร้างบ้านศรีสะเกษ](https://maps.app.goo.gl/BqeB3Xs7TDk4fY138)
